
ขุนหาญเมืองน้ำตก สะตอดกรสชาติดี มีเงาะทุเรียนหอมหวาน วัดล้านขวดลำค่า ชาวประชาสามัคคี มากมีวัฒนธรรม
เดิมพื้นที่ของอำเภอขุนหาญเป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ ที่มีผู้คนอาศัยติดต่อกันมายาวนาน สันนิษฐานว่าชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ก่อนน่าจะเป็นชาวกุยหรือส่วย (ซึ่งได้สืบเชื้อสายกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน และมีชาวบ้านที่ใช้ภาษากุยหรือส่วยอยู่มากในตำบลโนนสูง ตำบลโพธิ์กระสังข์ และบางส่วนของตำบลกระหวัน)ในยุคต่อมาชาวขอมหรือชนที่ใช้ภาษาเขมรก็เข้ามาและกระจายกันตั้งบ้านเรือนจนกลายเป็นชุมชนใหญ่ และสืบสานประเพณีต่อ ๆ กันมา ส่วนผู้คนที่ใช้ภาษาลาวได้เข้ามาทีหลัง ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะเข้ามาตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นยุคที่ทางราชสำนักเวียงจันทร์เกิดความวุ่นวายและผู้คนได้อพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งหลักแหล่งใหม่ ผู้คนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งในแถบนี้ คือ (ตามตำนานและเรื่องบอกเล่าของผู้คนสมัยก่อน) กลุ่มของนายหาญ นายเอก นายอุด ซึ่งทั้งสามคนนี้ได้แยกย้ายกันไปตั้งบ้านเรือน นายหาญได้ไปตั้งหลักแหล่ง ณ บริเวณที่ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านแดง ต.ขุนหาญ นายเอกไปตั้งที่บ้านตาเอก (ปัจจุบันนี้อยู่ในเขต ต. ห้วยจันทร์) ส่วนนายอุดแยกไปไกลทางทิศตะวันตก ตั้งหลักแหล่งที่ปัจจุบันเรียกว่าบ้านตาอุด เขตอำเภอขุขันธ์ ต่อมาบริเวณแถบนี้ ราชสำนักสยามเรียกว่า "เขมรป่าดง" และได้ตั้งเมืองขุขันธ์ขึ้น โดยขึ้นกับเมืองโคราช และด้วยเหตุนี้นายหาญจึงมีโอกาสเข้าทำราชการและมีบรรดาศักดิ์เป็น "ขุน" หมู่บ้านที่ท่านอยู่จึงถูกเรียกว่า "บ้านขุนหาญ" จนกระทั่งมีการจัดรูปแบบการปกครองใหม่ในรูปแบบของจังหวัดและอำเภอ เมืองขุขันธ์จึงถูกยุบเป็นอำเภอขุขันธ์ขึ้นแก่จังหวัดศรีสะเกษ ในระดับตำบล "บ้านขุนหาญ" ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่และเป็นหมู่บ้านใหญ่ จึงได้เอาชื่อ "ขุนหาญ" มาตั้งเป็นชื่อตำบล ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชาการมากขึ้น และเขตรับผิดชอบของอำเภอขุขันธ์ค่อนข้างกว้าง จึงได้ยกเอาชื่อ "ขุนหาญ" มาเป็นชื่อกิ่งอำเภอ โดยที่ตั้งไม่ได้อยู่ในเขตตำบลขุนหาญแต่อย่างใด ต่อมาจึงยกฐานะขึ้นเป็นอำเภออย่างสมบูรณ์ ด้วยความหลากหลายของผู้คนหลายเหล่าที่โยกย้ายมาตั้งหลักแหล่งในบริเวณเดียวกัน อำเภอขุนหาญจึงมีทั้งผู้คนที่ใช้ภาษาเขมร ภาษาส่วย และลาวหรืออีสาน อาศัยอยู่กระจัดกระจาย

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)

ปราสาทตำหนักไทร หรือปราสาททามจาน

น้ำตกสำโรงเกียรติ์ หรือน้ำตกปีศาจ

น้ำตกห้วยจันทร์
